<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<rss version="2.0"
    xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
    xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
    xmlns:admin="http://webns.net/mvcb/"
    xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#"
    xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/">

    <channel>
    
    <title>In the Eye of Adler</title>
    <link>http://asuwish.com/index.php/site/index/</link>
    <description></description>
    <dc:language>en</dc:language>
    <dc:creator>skosi@yahoo.com</dc:creator>
    <dc:rights>Copyright 2012</dc:rights>
    <dc:date>2012-03-13T18:59:49+00:00</dc:date>
    <admin:generatorAgent rdf:resource="http://expressionengine.com/" />
    

    <item>
      <title>Photo Walk ออกไปเดินถ่ายรูปกันเถอะ</title>
      <link>http://asuwish.com/index.php/site/photo_walk/</link>
      <guid>http://asuwish.com/index.php/site/photo_walk/#When:18:59:49Z</guid>
      <description>ไม่ทราบว่าเคยเป็นกันหรือเปล่าครับ บางครั้งเราอยากที่จะพัฒนาฝีมือ อยากให้รูปของเรางามขึ้น มีคนชอบมากขึ้น แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไงดี จะออกไปถ่ายรูปคนเดียวก็ไม่แน่ใจว่า รูปที่เราถ่ายและคิดว่าสวยสุดๆ แล้วนั่น มันดีจริงหรือเปล่า เอาไปโพสโชว์ในเว็บบอร์ดต่างๆ ส่วนใหญ่ก็ได้รับคอมเมนต์แบบที่เราก็ไม่แน่ใจว่า คนที่เค้าชมหรือที่เค้าติมานั้นมันเป็นของจริง จากคนที่มีความสามารถจริง หรือแค่ชมไปตามมารยาทเพราะกลัวเราจะไม่พอใจ
 
ถ้าไม่ได้ออกไปถ่ายภาพด้วยตัวเอง เราอาจจะนั่งดูรูปสวยๆ ของช่างภาพฝีมือดีที่เราชอบ เราก็รู้ตัวนะว่ารูปนี้มันงามเหลือหลาย แต่กระบวนการที่ช่างภาพคนนั้นใช้ถ่ายภาพนั้นมาเราก็ไม่ได้เห็น รูปที่ชอบบางครั้งเราก็ตอบตัวเองยังไม่ได้ว่า ที่มันสวยน่ะ สวยเพราะอะไร รู้แต่ว่าสวยเหลือเกินก็เท่านั้น
 
ผมเคยได้ฟังช่างภาพอเมริกันที่ประสบความสำเร็จคนนึงตอบคำถามในการสัมนาจากผู้ชมที่ถามว่า
 
&#8220;คุณทำยังไงถึงพัฒนาฝีมือให้ได้ดีขนาดนี้&#8221;
 
ช่างภาพคนนั้นตอบว่า
สิ่งที่ต้องทำอย่างแรกก็คือ คุณต้องถ่ายภาพให้บ่อยๆ เยอะๆ เพราะไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม ถ้าคุณไม่ฝึกซ้อมเป็นประจำบ่อยๆ ไม่มีทางหรอกที่จะพัฒนาตัวเองในเรื่องนั้นๆ ได้
สิ่งที่สองก็คือ พยายามทำความรู้จักกับเพื่อนๆ ช่างภาพคนอื่นๆ โดยเฉพาะคนที่เก่งๆ เพราะคุณจะได้มุมมองใหม่ๆ จากพวกเขา ได้เห็นวิธีการถ่ายภาพแบบที่หลายครั้งคุณไม่เคยคิดด้วยซ้ำว่ายังมีวิธีแบบนั้นอยู่ ช่างภาพคนนั้นบอกว่า &#8220;Show me your friend, I can tell what is your future.&#8221; ดังนั้น พยายามแวดล้อมตัวเองด้วยคนเก่งๆ เรียนรู้จากพวกเขา แล้วคุณจะเก่งขึ้นแน่นอน ถ้าคุณยังไม่แน่ใจว่าจะอยู่ในแวดวงของช่างภาพที่เก่งๆ ที่ไหนดี แต่กำลังอ่านบทความนี้ในหนังสือของ RPST แล้วละก็ ที่นี่เป็นทางเลือกที่ดีทางเลือกหนึ่งสำหรับคุณครับ
พยายามเอาภาพที่ตัวเราคิดว่าถ่ายมาได้เยี่ยมแล้ว ดีแล้ว ไปให้ช่างภาพที่คุณคิดว่ามีฝีมือได้ดูเพื่อขอความคิดเห็น อย่าลืมว่า ความคิดเห็นจากคนที่เก่งและรู้จริง บ่อยครั้งอาจจะทำให้คุณเจ็บใจ แต่ถ้าคุณเปิดรับความคิดเห็นนั้น มันมีค่ามากกว่าคำชมที่ได้รับจากคนที่คุณรู้จักแค่ในเว็บบอร์ดเท่านั้นเป็นสิบเป็นร้อยเท่าเลยละ
สิ่งที่สามก็คือ อย่ายอมแพ้ง่ายๆ ตั้งใจทำให้จริงจัง คุณจะประสบความสำเร็จไม่มากก็น้อย
 
แล้ว Photo Walk มันเกี่ยวอะไรกับเรื่องที่เขียนมาแล้วตรงไหน ก่อนอื่น ผมขอเล่าคอนเซปท์ของ Photo Walk ให้ฟังก่อนนะครับ
 
Photo Walk มีวิธีคิดง่ายๆ ก็คือ การนัดพับกันของช่างภาพในอาณาบริเวณใกล้เคียง เช่น ในเมืองเดียวกัน เพื่อถ่ายภาพในช่วงเวลาสั้นๆ พร้อมๆ กัน โดยที่เดินไปบนเส้นทางที่กำหนดเอาไว้คร่าวๆ เส้นทางเดียวกัน จากนั้นก็เอารูปที่แต่ละคนถ่ายมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันหลังจากนั้น ใครอยากถ่ายภาพอะไรก็ได้ไม่มีหัวข้อที่กำหนดเอาไว้ก่อน จะใช้กล้องคอมแพคตัวละพันบาทหรือจะใช้กล้อง DSLR ตัวละเป็นแสนก็ไม่มีปัญหา มีสิ่งที่สำคัญและจำเป็นที่ต้องมีก็คือ ความต้องการที่จะแบ่งปันมิตรภาพและประสบการณ์ของตัวเองให้กับผู้อื่น และพร้อมที่จะเปิดใจเรียนรู้จากผู้อื่นอย่างเปิดกว้างเท่านั้น
 
ไม่แน่นะครับ ถึงแม้เราจะมีประสบการณ์การถ่ายรูปมาเป็นสิบปี เราก็ยังอาจจะได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ จากเพื่อนร่วม Photo Walk ที่เพิ่งเริ่มถ่ายภาพและพกมาแค่กล้องโทรศัพท์มือถือก็เป็นไปได้ ใครจะไปรู้ เทคโนโลยีและสิ่งแปลกๆ ใหม่ๆ เดี๋ยวนี้เกิดขึ้นเร็วออกจะตาย จริงมั้ยครับ
 
ความแตกต่างระหว่าง Photo Walk กับ Photo Safari หรือการเข้าร่วม Workshop ด้านการถ่ายภาพก็คือ ความเป็นอิสระครับ
 
คุณจะมีอิสระที่จะเลือกถ่ายภาพอย่างที่คุณชอบ จะใช้เวลาเดินดูเพื่อนร่วม Walk คนอื่นว่าเค้าถ่ายรูปกันยังไงก็ได้ อยากเดินแว๊บออกจากกลุ่มในเวลาที่คุณเจออะไรที่น่าสนใจก็ตามสะดวก หรือแม้แต่จะกลับบ้านก่อนก็ไม่มีใครว่าได้ครับ
 
แต่อย่าลืมว่า คุณเข้าร่วม Photo Walk เพื่ออะไร
 
การเข้าร่วม Photo Walk ก็เพื่อที่คุณจะมีโอกาสได้เจอเพื่อนช่างภาพท่านอื่นๆ ได้มิตรภาพโดยที่ไม่ได้เน้นไปในแง่ของการแข่งขัน เป้าหมายหลักของ Photo Walk อย่างหนึ่งก็คือ การทำให้คุณได้เพื่อนที่ชอบถ่ายรูปเหมือนกับคุณ เค้าอาจจะเก่งกว่า สามารถช่วยแนะนำคุณได้ ในอีกทางหนึ่ง คุณก็สามารถแนะนำเพื่อนใหม่ที่เพิ่งเริ่มหัดถ่ายรูปในสิ่งที่คุณรู้ กิจกรรมนี้เกิดขึ้นเพื่อสร้างมิตรภาพ สร้างสังคมแห่งการแบ่งปันสิ่งต่างๆ ในเรื่องการถ่ายภาพให้แก่กันและกัน และมีโอกาสที่จะได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ หากคุณเปิดตาเปิดใจมองเพื่อนช่างภาพท่านอื่นๆ ตั้งแต่เริ่มถ่ายภาพจนถึงภาพที่เอามาแบ่งปันกันดูเมื่อจบ Photo Walk แล้ว
 
กระบวนการทั้งหมดของ Photo Walk จะว่าไปก็เป็นการตอบโจทย์ในตอนต้นของบทความนี้นะครับ คุณจะมีโอกาสได้ไปถ่ายภาพ คุณจะมีโอกาสที่จะได้แวดล้อมไปด้วยช่างภาพ สร้างบรรยากาศในการพัฒนาตัวเอง ได้ประสบการณ์การสร้างภาพตั้งแต่เริ่มถ่ายรูปจนกระทั่งมานั่งแชร์ภาพให้เพื่อนๆ ที่ไปเดินถ่ายรูปมาด้วยกันดู และยังมีโอกาสได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นทางด้านการถ่ายภาพและเห็นมุมมองใหม่ๆ จากช่างภาพท่านอื่นๆ อีกด้วย ทั้งหมดนี้สามารถช่วยพัฒนาความคิดและมุมมองของคุณได้ไม่มากก็น้อย 
 
น่าสนใจใช่มั้ยครับ
 
แล้วถ้าอยากจัด Photo Walk ขึ้นมาต้องทำยังไงบ้างล่ะ
&#45; ตามที่กล่าวมาแล้วข้างต้น Photo Walk มีองค์ประกอบคือ &#8220;จัดในเส้นทางที่กำหนด ในระยะเวลาในระยะที่จำกัด และกลับมาร่วมกันแบ่งปันภาพที่ถ่ายมาหลังจากนั้น&#8221;
 
ดังนั้น สิ่งที่จำเป็นต้องพิจารณาก็คือ
กำหนดเวลาที่ไม่ต้องนานนัก อาจจะประมาณ 2&#45;3 ชั่วโมง เพื่อที่คนจะสามารถเข้าร่วมได้โดยที่ไม่เสียเวลาในชีวิตมากนัก และกำหนดวันที่ให้คนที่สนใจสามารถเข้าร่วมได้สะดวก ซึ่งควรจะเป็นวันสุดสัปดาห์หรือวันหยุด
หาเส้นทางที่น่าสนใจ อาจจะเป็นเส้นทางที่มีสถาปัตยกรรมที่สวยงาม หรือมีกิจกรรมที่น่าสนใจสำหรับการถ่ายภาพ อาจจะไม่ต้องใกลนัก ขอเพียงเหมาะกับเวลาที่กำหนด ถ้ามีเรื่องราวสำหรับถ่ายภาพมากพอ อาจจะเพียง 1&#45;2 กิโลเมตรก็ได้
หาจุดนัดพบที่สะดวกในการเดินทางที่หาพบได้ไม่ยากและเป็นที่รู้จักทั่วไป อาจจะเป็นวัด สี่แยก ฯลฯ และจุดนัดพบสำหรับแบ่งปันภาพที่ได้ถ่ายมาเมื่อสิ้นสุดการ Photo Walk เช่น ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ที่สามารถรองรับจำนวนคนที่เข้าร่วมได้ เพื่อที่จะได้นั่งลงดื่มและรับประทานอาหารหลังจากที่ออกไปเดินถ่ายภาพกลับมาแล้วเวลาที่นั่งแชร์ภาพให้กันและกันได้ชม พร้อมทั้งทำแผนที่ให้ละเอียด
หากเป็นไปได้ พยายามหาช่างภาพที่มีฝีมือและเป็นที่รู้จักมาเป็นแขกรับเชิญอย่างน้อยสักคน ยิ่งถ้าสามารถให้แขกรับเชิญเดินไปพร้อมๆ กับผู้เข้าร่วมได้จะดีมาก และอาจจะตั้งรางวัลสักเล็กน้อย แล้วก็ให้ช่างภาพรับเชิญเลือกรูปที่คิดว่าเข้าท่าที่สุดขึ้นมาเพื่อรับรางวัล พร้อมทั้งให้ความคิดเห็นว่าทำไมเขาถึงชอบภาพนั้นๆ ของรางวัลไม่จำเป็นต้องเป็นของมีค่าอะไรนัก เพราะใครก็อยากได้ความคิดเห็นและคำวิจารณ์จากผู้มีประสบการณ์เพราะมันคือสิ่งมีค่าสำหรับการพัฒนาตัวเองมากกว่าของรางวัล จริงหรือเปล่าครับ
กำหนดจำนวนผู้เข้าร่วมให้เหมาะสม เพราะจะได้ดูแลได้ทั่วถึงพอสมควร ไม่ทำให้ผู้เข้าร่วมรู้สึกเหมือนโดดเดี่ยวจนเกินไป ขอยกตัวอย่างจาก Scott Kelby Worldwide Photo Walk จะกำหนดเอาไว้ว่า สำหรับ Leader ผู้จัด 1 คน จำนวนผู้เข้าร่วมจะไม่เกิน 50 คนครับ
ถ้าเป็นไปได้ ควรเตรียมเว็บออนไลน์สำหรับแชร์ภาพจากการ Photo Walk ครั้งนั้นๆ เอาไว้ให้ผู้เข้าร่วมได้เข้าไปแชร์ภาพ เพราะการแชร์ภาพทันทีหลังจากการ Photo Walk นั้น อย่างมากก็สามารถส่งได้ 1 หรือ 2 ภาพ ทั้งๆ ที่ผู้เข้าร่วมหลายๆ คนอาจอยากจะแชร์มากกว่านั้น บางครั้งอาจจะถ่ายภาพเพื่อนที่ร่วม Photo Walk มาด้วยกันเอาไว้ และอยากจะแชร์ภาพเหล่านั้นให้เพื่อน หากเราเตรียมข่องทางตรงนี้เอาไว้ ย่อมช่วยทำให้การสร้าง Community เป็นไปได้ง่ายและดียิ่งขึ้น อาจจะเป็น Flickr หรืออาจจะใช้เว็บบอร์ดเพื่อการนี้ก็ได้
เมื่อทุกอย่างลงตัวแล้ว ก็เหลือแค่การกระจายข่าวออกไปให้คนได้ทราบเพื่อที่จะได้เข้าร่วม จากประสบการณ์ส่วนตัวแล้ว ผู้เขียนจะเน้นให้ทราบว่า การเข้าร่วม Photo Walk เป็นไปเพื่อมิตรภาพไม่ใช่การแข่งขัน ผู้ที่จะเข้าร่วมจะได้ทราบล่วงหน้าครับ
 
แล้วถ้าเราไม่ได้อยากจัด Photo Walk แค่ต้องการเข้าร่วมเท่านั้นล่ะ ควรจะเตรียมตัวยังไงบ้าง
 
หลักสำคัญก็คือ ความสะดวกในการเดินโดยไม่หนักจนเกินไป เพราะเราอาจจะต้องเดินในอากาศที่ร้อนหรือหนาวเป็นระยะทางพอสมควร ดังนั้น
ควรแต่งตัวสบายๆ เคลื่อนไหวสะดวก เหมาะกับอากาศในวันเวลานั้น โดยเฉพาะรองเท้า ควรเป็นรองเท้าที่เดินสบาย ไม่ลื่น 
พยายามอย่าแบกอุปกรณ์ให้มากนัก พกไปพอเหมาะกับสถานที่ แต่หากใครจะแบกเลนส์โปรไปห้าตัว แฟลชอีกสองตัว ขาตั้งกล้องอีกอันก็ไม่มีใครว่านะครับ เพราะผู้เข้าร่วม Photo Walk ต้องรับผิดชอบแบกและดูแลของที่ตัวเองพกไปครับ แต่อยากแนะนำว่า ถ้าเป็นกล้อง DSLR ก็ควรจะพกเลนส์ไปอย่างมากไม่เกินสองตัว กระเป๋ากล้องเล็กๆ เบาๆ ดูแลง่าย
บางครั้ง ระหว่างทางที่เราอยากแวะอาจจะอยู่ในที่เปลี่ยว หรืออาจเป็นตรอกซอกซอยที่เราไม่ทราบว่าปลอดภัยมากน้อยแค่ไหน ดังนั้น ควรที่จะเดินกันไปเป็นกลุ่มอย่างน้อยสองถึงสามคน เพื่อหลีกเลี่ยงเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ หรือหากเกิดอะไรขึ้นจะได้ช่วยเหลือกันได้ เพราะระหว่างการเดิน เป็นไปไม่ได้เลยที่ผู้จัดจะสามารถดูแลทุกคนได้ทั่วถึงครับ
ควรจะไปด้วยจิดใจที่เปิดกว้าง พร้อมที่จะทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ ยินดีที่จะเรียนรู้สิ่งต่างๆ ที่ผ่านเข้ามา เพราะอย่าลืมว่า Photo Walk เป็นกิจกรรมที่เน้นทางด้านมิตรภาพเป็นหลักครับ
หวังว่า ทุกท่านที่ได้อ่านมาจนถึงตรงนี้ คงจะรู้จักความหมายและประโยชน์ของ Photo Walk กันแล้วนะครับ หากมีข้อสงสัยอะไร ผู้เขียนยินดีที่จะตอบคำถามครับ
 
สิ่งสุดท้ายที่อยากจะเน้น (และเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในความคิดของผม) ก็คือ &#8220;ขอให้มีความสุขกับ Photo walk&#8221; ครับ
 
ทรงวุฒิ โคสิตารัตน์
Photographer
Adobe Certified Instructor
Scott Kelby Worldwide Photo Walk &#45; Bangkok 2008 Winner
Scott Kelby Worldwide Photo Walk &#45; Amphawa 2009 Leader
Scott Kelby Worldwide Photo Walk &#45; Klong Bang Laung 2010 Leader
adler@asuwish.com
Kositarut&#45;Photography</description>
      <dc:subject>Personal</dc:subject>
      <dc:date>2012-03-13T18:59:49+00:00</dc:date>
    </item>

    <item>
      <title>Photoshop CS6 Sneak Peek #1 New Adobe Camera Raw</title>
      <link>http://asuwish.com/index.php/site/photoshop_cs6_sneak_peek_1_new_adobe_camera_raw/</link>
      <guid>http://asuwish.com/index.php/site/photoshop_cs6_sneak_peek_1_new_adobe_camera_raw/#When:20:29:32Z</guid>
      <description>เอาอะไรที่จะมีใหม่ๆ ใน Adobe Photoshop CS6 มาฝากกันนิดๆ หน่อยๆ ครับ</description>
      <dc:subject>Post&#45;Processing</dc:subject>
      <dc:date>2012-02-14T20:29:32+00:00</dc:date>
    </item>

    <item>
      <title>Photoshop Keyboard Shortcuts</title>
      <link>http://asuwish.com/index.php/site/photoshop_keyboard_shortcuts/</link>
      <guid>http://asuwish.com/index.php/site/photoshop_keyboard_shortcuts/#When:17:59:19Z</guid>
      <description>Keyboard shortcuts can really be such a huge time saver that after awhile you will have a shortcut for everything. In photoshop there are preset shortcuts and you can also create your own shortcuts. Here are some of the most common photoshop shortcuts:
General Shortcuts
Hand Tool  –&gt; Spacebar
Apply Last Filter –&gt; Cmd&#45;F
Switch between open documents –&gt; Ctrl&#45;Tab
Viewing
Fit on Screen –&gt; Double&#45;click on Hand tool or Cmd&#45;0
Zoom in –&gt; Cmd&#45;Space&#45;Click or Cmd&#45;Plus(+)
Zoom out –&gt;Option&#45;Space&#45;Click or Cmd&#45;Minus(–)
Rotate through full screen modes –&gt; F
Layer Shortcuts
Create new layer –&gt;  Cmd&#45;Shift&#45;N
Delete Layer –&gt; Delete key (while in the Move tool)
Clone layer –&gt; as you move it	 Option&#45;Drag
Switch to layer below/above –&gt; Option&#45;[ or Option&#45;]
Type Shortcuts
Select all text –&gt; on layer Double&#45;Click on T thumbnail in Layer palette
Increase/Decrease size of selected text by 2pts–&gt; Cmd&#45;Shift&#45;&gt;/ Cmd&#45;Option&#45;Shift&#45;&gt;/ Move
M –&gt;Rectangular Marquee, Elliptical Marquee
L –&gt; Lasso tools
W –&gt; Quick Selection, Magic Wand
C –&gt; Crop
K –&gt; Slice tools
J –&gt; Spot Healing Brush, Healing Brush, Patch, Red Eye
B –&gt; Brush, Pencil, Color Replacement
S –&gt; Clone Stamp, Pattern Stamp
Y –&gt; History Brush, Art History Brush
E –&gt; Eraser tools
G –&gt; Gradient, Paint Bucket
R –&gt; Blur, Sharpen, Smudge
O –&gt; Dodge, Burn, Sponge
P –&gt; Pen tools
T –&gt; Type tools
A –&gt; Path Selection, Direct Selection
U –&gt; Rectangle, Rounded Rectangle, Ellipse, Polygon, Line, Custom Shape
N –&gt; Notes tools
I –&gt; Eyedropper, Color Sampler, Ruler, Count
H –&gt; Hand
Z –&gt; Zoom
X –&gt; Switch Foreground and Background colors
D –&gt; Default colors
Q –&gt; Quick Mask Mode
F –&gt; Cycle through screen modes</description>
      <dc:subject>Digital Publishing</dc:subject>
      <dc:date>2011-12-29T17:59:19+00:00</dc:date>
    </item>

    <item>
      <title>What printing resolution is the right resolution?</title>
      <link>http://asuwish.com/index.php/site/what_printing_resolution_is_the_right_resolution/</link>
      <guid>http://asuwish.com/index.php/site/what_printing_resolution_is_the_right_resolution/#When:13:04:20Z</guid>
      <description>ปกติแล้ว เรามักจะได้ยินเสมอว่าให้ตั้ง resolution เอาไว้ที่ 300 dpi เวลาส่ง print แต่จริงๆ แล้วมันควรจะเป็นเท่าไหร่ บทความนี้น่าจะอธิบายได้ละเอียดพอสมควรครับ

The Right Resolution By Jeff Schewe</description>
      <dc:subject>Post&#45;Processing</dc:subject>
      <dc:date>2011-12-20T13:04:20+00:00</dc:date>
    </item>

    <item>
      <title>NG Thai Photography Contest 2011</title>
      <link>http://asuwish.com/index.php/site/ng_thai_photography_contest_2011/</link>
      <guid>http://asuwish.com/index.php/site/ng_thai_photography_contest_2011/#When:19:13:50Z</guid>
      <description>เอาข่าวการประกวดภาพถ่ายแนวสารคดีของ National Geographic Thai มาฝากกันครับ เป็นการส่งภาพถ่ายไม่เกินสิบภาพพร้อมคำอธิบายสั้นๆ เพื่อเล่าเรื่องในแนวสารคดีให้จบในตัว
หมดเขตส่งผลงาน: วันที่ 16 กันยายน 2554
ประกาศผู้เข้ารอบ 10 คนสุดท้าย: วันที่ 29 กันยายน 2554
ประกาศผลและมอบรางวัล: วันที่ 31 ตุลาคม 2554 
ใครสนใจเข้าไปดูรายละเอียดได้ตามลิงค์นี้ครับ</description>
      <dc:subject>News &amp; Events</dc:subject>
      <dc:date>2011-08-07T19:13:50+00:00</dc:date>
    </item>

    <item>
      <title>คุณขายแค่ภาพถ่าย หรือขายประสบการณ์</title>
      <link>http://asuwish.com/index.php/site/sell_an_experience_or_just_photo/</link>
      <guid>http://asuwish.com/index.php/site/sell_an_experience_or_just_photo/#When:12:54:31Z</guid>
      <description>เพิ่งได้อ่านบทความของเพื่อนชาวอเมริกันที่รู้จักกันมาหลายปี เคยมาเรียนจัดไฟกับผม และก็ยังติดต่อกันอยู่เสมอมา ปลายปีนี้ก็จะไปทำงานด้วยกันที่เนปาล เค้าเขียนเกี่ยวกับเรื่องที่ว่า ทำอย่างไรให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการของช่างภาพบางคนอย่างสม่ำเสมอ แต่ไม่กลับมาหาช่างภาพหลายๆ คน

เท่าที่อ่าน ก็ได้ความคิดที่ดีเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า

&#8220;เราไม่ได้ขายแค่ภาพที่ถ่ายออกมา แต่สิ่งที่เรามอบให้กับลูกค้าคือ ประสบการณ์ที่ดีที่ลูกค้าได้รับ&#8221;

เมื่อเราทำได้เช่นนี้ ลูกค้าย่อมจะกลับมาหาเราอยู่เรื่อยๆ อย่างสม่ำเสมอแน่นอน

เข้าไปอ่านบทความ (ภาษาอังกฤษ) ได้ที่นี่ครับ
Sell an Experience, Not Just Photos</description>
      <dc:subject>Personal</dc:subject>
      <dc:date>2011-07-21T12:54:31+00:00</dc:date>
    </item>

    <item>
      <title>10 tips to improve your food photography stying</title>
      <link>http://asuwish.com/index.php/site/10_tips_to_improve_your_food_photography_stying/</link>
      <guid>http://asuwish.com/index.php/site/10_tips_to_improve_your_food_photography_stying/#When:16:43:29Z</guid>
      <description>เอาคำแนะนำสำหรับใช้ถ่ายภาพอาหารมาฝากกันครับ (ฝากตัวเองด้วย)

http://www.digital&#45;photography&#45;school.com/10&#45;tips&#45;to&#45;improve&#45;your&#45;food&#45;photography&#45;styling</description>
      <dc:subject>photography technic</dc:subject>
      <dc:date>2011-04-27T16:43:29+00:00</dc:date>
    </item>

    <item>
      <title>CS5.5 Subscription Edition เลิกใช้โปรแกรม Adobe เถื่อนกั</title>
      <link>http://asuwish.com/index.php/site/cs5.5_subscription_edition_adobe/</link>
      <guid>http://asuwish.com/index.php/site/cs5.5_subscription_edition_adobe/#When:19:37:36Z</guid>
      <description>วันที่ 11 เมษายนที่ผ่านมา Adobe เปิดตัว Creatve Suite CS5.5 ที่มีอะไรต่ออะไรที่น่าสนใจเพิ่มขึ้นมาพอสมควร รายละเอียดลองเข้าไปดูที่เว็บของ Adobe ดูเอาเองนะครับ

แต่เรื่องที่จะเอามาบอกกันก็คือ ต่อจากนี้ไป ถ้าคุณต้องการใช้โปรแกรมของ Adobe แบบที่ไม่ต้องทำผิดกฏหมายลิขสิทธิ์ คุณสามารถเช่าใช้เป็นรายเดือนได้แล้วนะครับ รายละเอียดค่าเช่าใช้มีอยู๋ในลิงค์ที่ผมเอามาใส่ต่อจากข้อความนี้
http://www.adobe.com/sea/products/creativesuite/cssubscription.html

ลิงค์นี้เป็นลิงค์ของ Adobe สำหรับย่าน South&#45;East Asia ดังนั้น บ้านเราก็น่าจะมีสิทธิเช่าใช้ได้เหมือนกับที่อื่นๆ ไม่ต้องเป็นประเทศชั้นสองชั้นสามเหมือนที่ผ่านมา แต่เพื่อความแน่ใจ คงต้องรบกวนให้ไปติดต่อทาง Adobe อีกทีนะครับ (แต่ถ้าใช้ไม่ได้ก็คงไม่ทำหน้าเว็บสำหรับภูมิภาคเราออกมาหรอกน่า อันนี้คิดเอาเองนะครับ)</description>
      <dc:subject>News &amp; Events</dc:subject>
      <dc:date>2011-04-11T19:37:36+00:00</dc:date>
    </item>

    <item>
      <title>InDesign Tutorial resource</title>
      <link>http://asuwish.com/index.php/site/indesign_tutorial_resource/</link>
      <guid>http://asuwish.com/index.php/site/indesign_tutorial_resource/#When:20:42:10Z</guid>
      <description>ตอนนี้ผมเข้าร่วมโครงการเกี่ยวกับการทำ Digital Publishing ของบ. ที่เกี่ยวข้องกับ Adobe อยู่ ก็เลยขอเอา Tutorial ของ InDesign CS5 มาฝากกัน เผื่อจะมีคนสนใจครับ
http://vector.tutsplus.com/articles/web&#45;roundups/fantastic&#45;indesign&#45;tuts&#45;from&#45;vectortuts/</description>
      <dc:subject>Digital Publishing</dc:subject>
      <dc:date>2011-01-18T20:42:10+00:00</dc:date>
    </item>

    <item>
      <title>Matthew Jordan Smith talk about Tyra Banks shoot</title>
      <link>http://asuwish.com/index.php/site/matthew_jordan_smith_talk_about_tyra_banks_shoot/</link>
      <guid>http://asuwish.com/index.php/site/matthew_jordan_smith_talk_about_tyra_banks_shoot/#When:08:35:46Z</guid>
      <description>มาดูและฟัง Matthew Smith เล่าเกี่ยวกับวิธีที่เค้าถ่ายภาพสุดคลาสสิคของ Tyra Banks รูปนี้กันสักหน่อย ผมว่าเจ๋งมากเลยครับ


เป็นช่างภาพที่พอได้ดูเค้าเล่าอะไรต่ออะไรล้วรู้สึกว่า ช่างภาพคนนี้บุคลิกดีสุดยอด คนที่ทำงานกับเค้าหรือคนที่มาเป็นแบบต้องประทับใจในตัวเค้าแน่ๆ อยากมีบุคลิกประมาณนี้มากๆ น่าจะทำให้คนที่รู้จักและทำงานกับเรามีความสุข

เข้าไปดูวิดิโอที่ Matthew Jordan เล่าเรื่องของเขาในเว็บ Profoto USA ได้ที่นี่ครับ http://www.profoto&#45;usa.com/products/matthew&#45;jordan&#45;smith&#45;tyra&#45;banks&#45;photoshoot&#45;video.asp</description>
      <dc:subject>Lighting</dc:subject>
      <dc:date>2010-12-02T08:35:46+00:00</dc:date>
    </item>

    
    </channel>
</rss>
